ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้บ้านเรือนและอาคารต่างๆ มักมีอุณหภูมิสูง ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่สบายตัว และต้องใช้เครื่องปรับอากาศในการทำงาน ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก และข่าวร้ายไปกว่านั้นคือ เมื่อวันที่ 29 พฤษจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และมีมติเห็นชอบให้ปรับค่าเอฟทีขายปลีก สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือน ม.ค. – เม.ย.2567 เท่ากับ 89.55 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 69.07 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.68 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ถึงแม้ว่าในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดความร้อนภายในบ้านจะมีออกมาให้เราเห็นอยู่เรื่อย ๆ แต่น้อยที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง เพราะ 70 % ของส่วนที่รับแสงแดดแบบเต็มๆ ตลอดทั้งวันคือหลังคา ถ้าบ้านหลังไหนไม่มีวัสดุป้องกันความร้อน อุณหภูมิใต้หลังคาก็จะพุ่งสูงขึ้นแน่นอน ทำให้บ้านเราก็ร้อนขึ้นไปด้วย
1. การมีระบบป้องกันความร้อนในบ้านไม่เพียงแต่ทำให้คุณรู้สึกสะดวกสบายตลอดทั้งปี แต่ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเปิดเครื่องปรับอากาศ เช่น แอร์ พัดลม หรืออุปกรณ์เสริมต่าง ๆ โพลาร์คูลได้ทำการศึกษาและรวบรวมไว้ให้แล้ว ดังนี้
2. เลือกใช้วัสดุมุงหลังคาสีสว่าง อย่างสีขาว
การเลือกใช้วัสดุหลังคาที่มีสีขาวหรือสีที่สะท้อนแสงมีประสิทธิภาพในการลดการดูดกัดความร้อนจากรังสีแสงแดดวัสดุมุงหลังคาสีขาวมีความสามารถในการสะท้อนแสงมากกว่าสีที่เข้ม ซึ่งทำให้มีการดูดกัดความร้อนจากรังสีแสงน้อยลง ทำให้บ้านคุณรับร้อนน้อยลง และมีความสามารถในการลดการนำความร้อนได้ดี ซึ่งทำให้ความร้อนไม่สามารถเข้ามาในบ้าน
3. ออกแบบหลังคาให้เหมาะสมกับทิศทางลมและแสงแดด
การออกแบบหลังคาให้เหมาะสมกับทิศทางลมและแสงแดด จะช่วยให้ความร้อนกระจายออกไปได้ทั่วถึง และลดการสะสมความร้อนภายในอาคารและตรวจสอบความเรียบร้อยของหลังคา ไม่ให้เกิดการรั่วซึม อย่างสม่ำเสมอ
4.การใช้ระบบหลังคาเข้ากันกับพลังงานแสงอาทิตย์ (solar roofing)
ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านหรืออาคาร ซึ่งช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น ถ่านหิน น้ำมัน หรือก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว นอกจากนี้ หลังคาโซลาร์เซลล์ยังสามารถช่วยลดความร้อนของหลังคาได้อีกด้วย เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์จะช่วยบังแสงอาทิตย์ไว้ ทำให้ความร้อนไม่สะสมภายในตัวบ้าน แต่โครงสร้างและหลังคาจะต้องมีความแข็งแรงมากพอที่จะรับน้ำหนักของแผงโซลาร์เซลล์ได้ เช่นหลังคาโพลาร์คูลที่มีขนาดความหนาสูงสุดอยู่ที่ 0.65 มิลลิเมตร รับน้ำหนักได้อย่างสบาย
ดังนั้น ตัวเลือกของหลังคาที่ดีที่สุด คือ หลังคาโพลาร์คูล ที่มีคุณสมบัติช่วยแก้ไขปัญหาบ้านร้อนได้อย่างตรงจุด ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบ ฉนวนฟิล์มสูตรลับของ หลังคาโพลาร์คูลช่วยรักษาความเย็นในบ้านโดยลดการสะท้อนความร้อนจากแสงแดดและช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่สบายเหมาะแก่การพักผ่อน
ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/aZlG8LI-bk0?si=owR1Gnh18nu2QRuq
เปลี่ยนบ้านร้อนให้เป็นบ้านที่อยู่สบาย ด้วยหลังคาโพลาร์คูล สะท้อนความร้อนได้สูง หลังคาโพลาร์คูล เคลือบด้วยฉนวนกันความร้อนสูตรพิเศษ ที่สามารถสะท้อนความร้อนได้สูงถึง 99% ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และประหยัดค่าไฟ
📣 พร้อมส่ง ทั่วไทย จัดส่งภายใน 2-3 วัน
📍 รุ่น Luxury Type II สีขาวมุก (White Pearl) ความหนา 0.65 มิลลิเมตร มีให้เลือกแบบลอน 2 แบบ
ลอนมาตรฐาน 760 และ ลอนสแนปล็อค (Snap Lock)
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 084-7009000
หรือแชทคุยกับเราได้ทาง LINE@ : https://bit.ly/3seF13J
TikTok : https://www.tiktok.com/@polarcool_brand
Youtube : https://www.youtube.com/@polarcool1835